รีวิวไหว้พระ วัดราชโอรสารามราชวิหาร กรุงเทพฯ

เที่ยว 1 วัน ไหว้พระ ทำบุญ วัดราชโอรสารามราชวิหาร

วัดจอมทอง กรุงเทพฯ

22-07-55 ตื่นแต่เช้าเพื่อไปไหว้พระที่วัดจอมทอง วัดนี้เคยไปงานบวชน้องที่รู้จักมา เลยกะเอาไว้ว่าจะต้องถือโอกาสมาไหว้พระอีกสักครั้งการเดินทาง ผมใช้ถนนสุขสวัสดิ์ เลี้ยวเข้าถนนจอมทอง > ถนนเอกชัย เจอถนนพาดรถไฟให้เลี้ยวขวาทันที มีป้ายบอกตรงทางเข้าพอดีครับ วัดนี้อยู่ในโปรแกรมไหว้พระ 9 วัด ที่เค้ากำลังนิยมกันด้วยนะครับ (ถ้าจำไม่ผิด)

วัดจอมทอง
คลิกดู แผนที่วัดจอมทองขนาดใหญ่ จาก Google

ผมถึงที่วัดจอมทองประมาณ 8 โมงเช้า วัดเงียบมาก อากาศบริเวณคลองที่ติดกับวัดร่มรื่น และสดชื่นดีเลยล่ะ
วัดจอมทอง
.

บริเวณนี้เป็นเขตอภัยทาน น้ำสะอาด และแน่นอนครับ เป็นที่ให้อาหารปลาด้วยครับ ผมชอบตรงที่ไม่มีพ่อค้าแม่ค้ามาขายอาหารปลา หรือขายสัตว์น้ำเพื่อใช้ในการปล่อยเพื่อทำบุญ จึงทำให้ที่นี่เงียบสงบไม่วุ่นวาย ส่วนอาหารปลาเราสามารถซื้อได้จากทางวัดเลยครับ
วัดจอมทอง

วัดราชโอรสารามราชวิหาร หรือ วัดจอมทอง ศิลปะไทยผสมจีน ตามข้อมูลเป็นวัดที่มีมาก่อนก่อตั้ง กรุงเทพมหานคร อีกนะครับ ถือว่าเก่าแก่ทีเดียว
วัดจอมทอง

พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (ต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงสถาปนาวัดจอมทองขึ้นใหม่ทั้งพระอาราม
วัดจอมทอง

พระราชทานนามใหม่ว่าวัดราชโอรส ซึ่งหมายถึง พระราชโอรส และเป็นพระอารามหลวงชั้นเอง
วัดจอมทอง

สถาปัตยกรรมหลักๆ นั้นเป็นไปตามศิลปะของจีน แต่มีแต่งแต้ม ความเป็นไทยไว้ภายใน
วัดจอมทอง

จะเห็นได้ว่าจั่วของโบสถ์นั้น จะไม่มีช่อฟ้า ตามศิลปะการสร้างวัดของไทย
วัดจอมทอง

ลายสลักแบบศิลปะจีนบนประตูหรือหน้าต่าง จะมีให้เห็นอยู่ตลอดทั่วโบสถ์และวัด
วัดจอมทอง

มาไหว้พระตอนเช้าๆ แล้วเจอบรรยากาศสงบแบบนี้ รู้สึกดีจริงๆครับ ตอนนี้ถ้านับนักท่องเที่ยว คงมีแค่ผมคนเดียวทั้งวัด
วัดจอมทอง

ประตูบานนี้เรียกว่าเป็นศิลปะแบบจีนล้วนๆ สีสันของวัดจีนมันช่างสดซะจริงๆ ชวนให้นึกถึงวัดเล่งเน่ยยี่2
วัดจอมทอง

จากการสอบถามหลวงพี่รูปหนึ่ง ท่านบอกว่านักท่องเที่ยววัดนี้ไม่เยอะมาก จะมีกรุ๊ปทัวร์มาลงอยู่บ้างประปราย
วัดจอมทอง

บานหน้าต่างโบสถ์สีทองแบบไทยๆ ที่เราคุ้นตากันดี
วัดจอมทอง

หากมาไหว้พระวัดนี้ ท่านจะไม่เจอบรรยากาศและเสียงดัง แบบวัดโพธิ์ หรือวัดพระแก้วนะครับ กรุ๊ปทัวร์มาแป๊บๆ ก็ไป และไม่ได้มีตลอดวัน
วัดจอมทอง

ประตูทางเข้าโบถส์นั้นจะมียักษ์จีน 3ตน ยืนเฝ้าทุกประตู เรียกได้ว่างานนี้พี่ยักษ์ไทยเรา ตกงานไปเลย
วัดจอมทอง

ประตูหลังโบสถ์ก็มีนะ มี 2 ตน
วัดจอมทอง

แต่ละตนนั้น หน้าตาดุดันเอาการเลยแฮะ
วัดจอมทอง

เรามาดูโฉมหน้าชัดๆ ของยักษ์กันดีว่า
วัดจอมทอง

ผมชอบสีสันบนหน้าดี เลยถ่ายเฉพาะภาพยักษ์มาพอสมควร
วัดจอมทอง

วัดจอมทอง

วัดจอมทอง

หลังโบสถ์มีลมพัดเย็นๆ แถมมีเสียงกระดิ่งใสๆแว่วมากับเสียงลม ชวนให้ผมนั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนี้พักนึง
วัดจอมทอง

หลังจากนั้นก็เข้าไปไหว้พระพุทธอนันตคุณอดุลญาณบพิตร ภายในโบสถ์
วัดจอมทอง

จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์เป็นอีกหนี่งแรงจูงใจที่ทำให้ผู้เข้ามานั้น ต้องใช้เวลาอยู่ในโบสถ์สักพัก
วัดจอมทอง

เอาล่ะเราไปไหว้พระนอน ในวิหารพระพุทธไสยาสน์ด้านหลังกันต่อเลยครับ
วัดจอมทอง

วิหารพระพุทธไสยาสน์ จะเน้นโทนสีขาวเหมือนกัน แต่จะโล่งๆ และมีความเป็นไทยให้เห็นมากขึ้น
วัดจอมทอง

รอบๆ จะมีบัวที่เก็บกระดูก แต่ไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่ากลัวเลยแม้แต่นิดเดียวครับ
วัดจอมทอง

ด้วยโทนที่เป็นสีขาว บวกกับตั้งอยู่กลางแจ้ง มันชวนให้ดูสบายตามากๆ
วัดจอมทอง

ถ้าไปตอนเช้า เราสามารถเดินชมรอบๆ ได้สบาย เพราะแดดไม่ร้อนมาก แต่ถ้ากลางวันก็ไม่แน่นะครับ
วัดจอมทอง

รอบๆ นั้นสะอาดสะอ้าน ไม่มีขยะ หรือสิ่งของวางระเกะระกะให้รำคาญลูกกะตา
วัดจอมทอง

โครงสร้างแบบจีน กับลวดลายแบบไทยๆ ที่หน้าต่างมันผสมผสานกันได้อย่างลงตัว
วัดจอมทอง

เอาล่ะสำรวจรอบวิหารกันแล้ว เราไปดูข้างในกันดีกว่าครับ
วัดจอมทอง

พระนอนที่นี่มีชื่อว่า “พระพุทธไสยาสน์ นารถชนินทร์ ชินสากยบรมสมเด็จ สรรเพชญพุทธบพิตร
วัดจอมทอง

เป็นพระนอนในร่มที่มีขนาดใหญ่ และมีความงดงาม แปลกตากว่าที่อื่น
วัดจอมทอง

ตรงที่มีหมอนรองเศียรถึง 6 ใบ
วัดจอมทอง

และใต้รักแร้มีลายรดน้ำเป็นรูปมงคล ๑๐๘ เป็นพระพุทธรูปปางที่สื่อถึงความร่มเย็นเป็นสุข
วัดจอมทอง

ศิลปะส่วนใหญ่ภายในวิหารนี้เป็นแบบไทยทั้งหมด
วัดจอมทอง

มีเพียงภาพวาดที่ประตูบางบานที่เป็นศิลปะแบบจีน
วัดจอมทอง

ใช้เวลาอยู่สักพักก็กราบลาพระนอน ไปกราบพระยืนกันต่อเลย
วัดจอมทอง

“พระยืน” หรือ “พระประทับยืน” เป็นปางที่สื่อถึงการให้อภัย การไม่ถือโทษประกอบด้วยเมตตา
วัดจอมทอง

กำแพงรอบๆ วิหารนี้ยังใช้กำแพงดั้งเดิม ยังไม่มีการบูรณะ ดูขลังดีครับ
วัดจอมทอง

เดินย้อนกลับมาที่ท่าน้ำ โซ้ยไอติมสักถ้วยแก้กระหาย
วัดจอมทอง

ปลาเยอะมากครับ เพราะเป็นเขตอภัยทาน
วัดจอมทอง

คลองไม่กว้างมาก เรียกได้ว่ายืนคุยกับฝั่งตรงข้ามได้เลย (ไม่ต้องตะโกน)
วัดจอมทอง

นอกจากให้อาหารปลาแล้ว ยังให้อาหารนกได้อีกด้วย เจ้าตัวนี้มันคุ้นมากๆ
วัดจอมทอง

ผมเดินข้ามสะพานรถไฟไปเดินดูชมชนรอบๆ ที่อยู่กันอย่างสงบ
วัดจอมทอง

มุมจากบนสะพานรถไฟ ไปยังวัด
วัดจอมทอง

นี่ก็เป็นปัจจัยนึงที่ทำให้คลองแห่งนี้สะอาด นอกเหนือจากความรับผิดชอบของชุมชน
วัดจอมทอง

จะ 11 โมงแล้ว ผมคงต้องขอตัวกลับแล้วล่ะครับ
วัดจอมทอง

จบแล้วครับ สำหรับทริปไหว้พระครึ่งวันของผม หวังว่าคงจะมีประโยชน์สำหรับหลายๆ ท่านที่ต้องการ ไปไหว้พระ หรือไปเที่ยว 1 วัน ในกรุงเทพบ้างนะครับ

ขอบคุณที่ติดตาม ขอบคุณมากมาย ขอบคุณอย่างแรง
..นายหัว.

อุปกรณ์:
กล้องดิจิตอล mirrorless : Olympus Omd Em5
เลนส์ : M.Zuiko 12-50 f/3.5-6.3 ,Panasonic Leica DG Summilux 25/1.4

สิงห์บุรี ทำบุญ ไหว้พระ สักการะพระนอน

สิงห์บุรี ทำบุญ ไหว้พระ สักการะพระนอน

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม เป็นวันหยุด เลยถือโอกาสไปไหว้พระที่สิงห์บุรีซะเลยครับ
ผมต้องการเอาเลนส์ใหม่ไปทดสอบด้วย ทริปนี้ก็คงเป็นมุมมองโค้ง ๆ แบบตาปลากันนะครับ
ไปแต่เช้าเช่นเคยครับ วัดแรก วัดไชโยวรวิหาร
สิงห์บุรี

เจอเจ้าถิ่นชื่อว่า เจ้าสวย (เพศผู้นะ) ขี้เล่นมาก ๆ วิ่งพล่านไปหมด กว่าจะถ่ายมันได้สักภาพเล่นเอาเหนื่อย
สิงห์บุรี

บรรยากาศยามเช้า สงบมาก ๆ อากาศก็สดชื่นเสียจริงๆ
สิงห์บุรี

เข้าไปกราบหลวงพ่อ ตามที่ตั้งใจเอาไว้ก่อนเลยล่ะกัน
สิงห์บุรี

องค์หลวงพ่อองค์ใหญ่ สีทองอร่าม สมกับเป็นพระจังหวัดอ่างทองจริงๆ พระจังหวัดนี้ใหญ่ ๆ ทั้งนั้นนน
สิงห์บุรี

หลังจากกราบพระเสร็จหันหลังกลับมา เจอแสงยามเช้าสวย ๆ ผมล่ะชอบแสงแบบนี้จริง ๆ
สิงห์บุรี

และก็ไม่ลืมทำตัวเป็นคนดี (ปิดทองหลังพระ แหะ ๆ)
สิงห์บุรี

วัดนี้มีองค์หลวงพ่อโตด้วยนะครับ เอาเป็นว่าวัดเดียวมีพระให้ไหว้กันเยอะเชียวล่ะครับ
สิงห์บุรี

เอาล่ะ บ๊ายบาย กับเจ้าสวยแล้ว ก็ออกเดินทางสู่ที่หมายต่อไป
สิงห์บุรี

ออกมาจากวัดไชโย เห็นมีป้ายบอกทางไปวัดพิกุลทอง เอาน่ะไหน ๆ ตั้งใจมาไหว้พระแล้ว ก็ไปดูซะหน่อย
สิงห์บุรี

บรรยากาศทางเข้าวัดโล่งแจ้ง ลมพัดเย็นสบายมากครับ อดไม่ได้ที่จะลงไปถ่ายภาพ
ที่เห็นไกล ๆ นั้นคือ หลวงพ่อใหญ่ประทานพร (เอ๊ะ…เงาใครหนอออ)
สิงห์บุรี

บริเวณด้านข้างที่จอดรถของวัดพิกุลทอง มีองค์พระพิฆเนศ ให้กราบไหว้ด้วย ต้องบอกว่าลมพัดเย็นจริงๆ
ลืมอากาศร้อนที่ กทม ไปเลยแหละ ขอบอก…
สิงห์บุรี

ถึงแม้อากาศอาจจะร้อนจัด แต่ก็ยังมีผู้คนเข้ามากราบไหว้ไม่ขาดสาย ดูได้จากธูปเทียนดอกไม้
สิงห์บุรี

เอาล่ะครับ ที่เห็นคือ พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี (หลวงพ่อใหญ่ประทานพร) ขนาดหน้าตักกว้าง 11 วา 2 ศอก 7 นิ้ว กันเลยทีเดียว
สิงห์บุรี

แดดในตอนนี้เล่นเอาผมหน้ามืดเลยล่ะ (อันที่จริงหน้าผมมืด(ดำ)มันตั้งแต่เกิดแล้วแหละ หุหุ) เลยต้องขอหลบแดด ดื่มน้ำเย็น ๆ สักหน่อย
สิงห์บุรี

ผมสังเกตเห็นไม่มีคนขึ้นไปด้านบน เลยสอบถามคนดูแลที่นั่นได้คำตอบว่า ขึ้นไปได้
และเดี๋ยวจะได้คำตอบเองว่า ทำไมไม่มีใครขึ้นไป
สิงห์บุรี

ขึ้นมาปุ๊บ ผมนั่งถ่ายภาพนี้พอเอาก้นลงพื้นปุ๊บกระเด้งกลับขึ้นทันที… แว๊กกกก ก้นจะไหม้ป่าวเนี่ยยยยยย
สิงห์บุรี

เพราะมันร้อนมากนี่เอง เลยไม่มีใครขึ้นมา….งั้น..ลูกช้าง ลาลงไปด้านล่างก่อนนะหลวงพ่อ..
สิงห์บุรี

รอบ ๆ องค์พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี มีภาพวาดเล่าเรืองของ พระพุทธเจ้า ลายเส้นและสีสัน สวยงาม
สิงห์บุรี

เก็บมาฝากกันสักภาพล่ะกัน ของจริงสวยกว่านี้ครับ
สิงห์บุรี

ถ้าเราเดินย้อนกลับมาทางหน้าวัด จะพบกับพระสังกัจจายน์ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น มีคนไปหลบร้อนบริเวณนี้กันเยอะ
สิงห์บุรี

ใกล้เที่ยงเข้าไปทุกที จนทนไม่ได้ที่ขอพึ่งฝ่ามืออรหันต์หลบแดด
สิงห์บุรี

ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย กราบลาหลวงพ่อไปหาอะไรกินก่อนนะครับ
สิงห์บุรี

ยัง…..ยังไม่ได้กินข้าว แวะกราบอนุสาวรีย์บางระจันก่อน ไม่ลืมที่จะอธิษฐานให้บ้านเมืองเข้าสู่สภาวะปกติ
สิงห์บุรี

หลังจากนั้นข้ามถนนมาอีกฝั่ง กราบไหว้หลวงปู่ธรรมโชติเพื่อเป็นศิริมงคล
สิงห์บุรี

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วข้าวค่อยกิน ตรงไปที่วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ถือว่าเป็นไฮไลท์สำหรับผมเลยล่ะ
แต่…เค้ากะลังบูรณะใหม่ จากองค์สีทอง กลายเป็นสีดำซะนี่
สิงห์บุรี

ไม่เป็นไรครับ วันนี้ก็ไหว้พระมาเยอะแล้ว เดินออกมาด้านหน้าวัด ให้อาหารน้องควายดีกว่า ..อ๊ะ เก๊กหล่อออ
สิงห์บุรี

น้องโค ข้าง ๆ ขอมั่ง..อ่ะ จัดปายยย
สิงห์บุรี

น้องวัวก็ไม่ยอม ขอแชะสักภาพ
สิงห์บุรี

บ่ายโมงกว่าแล้วล่ะ ที่หมายต่อไปคือ แม่ลาปลาเผา มาสิงห์บุรี เค้าบอกต้องกินปลาเผา
(กว่าจะได้กินเปลาเผา แดดเผาจนเผมเกรียมไปแล้วเนี่ยย)
สิงห์บุรี

ถ่ายไป มือสั่นไป แหะ ๆ (หิวจัด) จานต่อไป ตำปูปลาร้าาา..
สิงห์บุรี

…ต้มเปรตไก้บ้านร้อน ๆ แหมช่างเข้ากับอากาศร้อน ๆช่วงนี้เสียจริงๆ
สิงห์บุรี

สี่โมงเย็นก็กลับถึง กทม แล้วล่ะครับ ทริปนี้ผมถ่ายภาพมาเยอะ
แต่ส่วนใหญ่เป็นการถ่ายแบบทดลองเลนส์ซะมากกว่า ยังไม่ค่อยคุ้นกับเจ้าเลนส์ตัวใหม่มากนัก
++++++++++++++

ขอบคุณที่ติดตามกันเช่นเคยครับ….นายหัว

อุปกรณ์:
กล้องดิจิตอล : Olympus E3
เลนส์ : Zuiko 11-22 f/2.8-3.5, 8mm fisheye

อ่างทอง ไหว้พระวัดม่วง กราบหลวงพ่อใหญ่

ไหว้พระ วัดม่วง อ่างทอง

ผมเดินทางสู่วัดม่วงนั่นเอง
ทริปนี้ผมมีพนักงานขับรถแสนใจดี เป็นผู้ร่วมเดินทางด้วยครับ ถือได้ว่าทริปที่แหล่มเลยทีเดียว อิอิ

พอไปถึงวัดม่วง เจ้าบ้านก็ให้การต้อนรับอย่างนอบน้อม
วัดม่วง

ไปถึงวัดม่วงประมาณ 9.00น. ฟ้าใสกันเลยทีเดียว (แต่เริ่มจะร้อนแล้วล่ะครับ)
วัดม่วง

สิ่งที่จะเห็นชัดเจนที่สุดนอกจากองค์พระหลวงพ่อใหญ่แล้ว นั่นคือสองตนนี้ครับ
วัดม่วง

เมื่อผ่านด่านสองตัวดังกล่าว ท่านก็จะเห็นองค์หลวงพ่อเด่นเป็นสง่า
วัดม่วง

ด้วยเวลาที่ยังเช้า แสงแดดอ่อน ๆ ส่องกระทบกับสีทองขององค์หลวงพ่อ ทำให้สีนั้นมันสะดุดตาจริง ๆครับ
วัดม่วง

มังกรจีนตรงบันได สีมันดูเด่น จนอดไม่ได้ที่ต้องถ่ายมาฝากกันซะหน่อย
วัดม่วง

สังเกตุได้เลยครับ ถึงแม้จะเช้าอยู่ แต่เริ่มมีผู้คนหลั่งไหลก็นมาที่วัดม่วงเยอะแล้ว
วัดม่วง

มุมนี้มุมหาชน ไอ้ตัวกระผมจะไม่ถ่ายก็ไม่ได้เนาะ
วัดม่วง

สีทองของพญานาคกับ สีทองขององค์หลวงพ่อใหญ่ เข้ากันได้ดีเลยทีเดียว
วัดม่วง

ตุ๊กตาหนูน้อยเด็กไทย น่ารักเชียว
วัดม่วง

อ่ะ มังกรด้านนี้ก็มี ถ่ายทั้งสองข้าง เดี๋ยวมันจะน้อยใจ
วัดม่วง

เสียดายจังเลยครับ ถ้าหากทางวัดเก็บสายไฟอย่าให้มันระโยงระยาง คงจะดีไม่น้อย
วัดม่วง

ผมพยายามเดินหามุมที่ไม่ติดผู้คน แต่หายากเสียเหลือเกินครับ
วัดม่วง

ดูกันไปหลายมุมแล้ว เรามาดูตรง ๆ กันมั่งครับ หน้าตักของหลวงพ่อใหญ่กว้างถึง 62เมตรกันเลยทีเดียว
วัดม่วง

อ่อนช้อยงดงาม ตามสถาปัยกรรมไทย
วัดม่วง

วัดม่วง

อาจจะยังไม่เที่ยง แต่อากาศตอนนี้ต้องบอกว่า ร้อนมากกกกกก เลยครับ
วัดม่วง

เอาล่ะครับ คงต้องกราบลาหลวงพ่อใหญ่กันแล้วล่ะ ยังเหลืออีกสองวัด ตามโปรแกรมที่วางไว้
วัดม่วง

หลังจากนั้นก็ไปถวายสังฆทาน และก็ออกไปหาอะไรทานกันก่อนดีกว่าครับ เพราะใกล้เที่ยงเต็มที
วัดม่วง

ออกจากวัดม่วง แล้วก็เลี้ยวซ้ายไปนี่เลยครบ “ตลาดศาลเจ้าโรงทอง” ขับรถไปนิดเดียวเอง มีป้ายบอกตลอดทาง
วัดม่วง

บรรยากาศภายในตลาดนั้น มีกลิ่นอายของความเก่าแก่ และของฝากให้เลือกสรรกันเยอะเลย แต่วันนี้ผู้คนบางตาไปหน่อย
วัดม่วง

ไม่รอช้าแวะซื้อของฝากร้านดังกันก่อนเลยละกัน “ร้านนิรมิต”
วัดม่วง

วัดม่วง

ส่วนใหญ่จะเป็นขนมตำหรับดั้งเดิม ผมได้กลับมาชิมที่บ้าน ต้องยกนิ้วให้เค้าเลยล่ะ
วัดม่วง

เมื่อซื้อของฝากกันเสร็จแล้ว ต่อไปก็ได้เวลาอาหารเที่ยงกันแล้วล่ะ ขับรถย้อนออกมานิดเดียวครับ ร้านอาหารนิรมิต (ขอแผนที่ได้จากร้านขายของฝากในตลาดได้เลยครับ)
มีมุมให้คอกาแฟได้แวะชิมรสชาดกันซะด้วย
วัดม่วง

โต๊ะอาหารนั้น มีทั้งแบบนั่งในแพ หรือนั่งริมน้ำ
วัดม่วง

แต่ผมเลือกที่จะนั่งในห้องแอร์ครับ เพราะตอนนี้มันร้อนมากกกกกกกกก
วัดม่วง

ขอคลายร้อนด้วยไอติมก่อนแล้วกันนะ (อื้มมม ชื่นจายยยยยย)
วัดม่วง

เนื่องจากได้เดินกินขนมในตลาดศาลเจ้าโรงทอง มาบ้างแล้ว เลยสั่งอาหารมากินเล่นแค่สองอย่างครับ ….ทอดมัน.
วัดม่วง

จานต่อไป (ผมจำเมนูไม่ได้) แต่ทำมาจากปีกไก่ …
วัดม่วง

เมื่ออิ่มหนำสำราญ และสบายกาย(ตากแอร์)กันแล้ว เป้าหมายต่อไปคือ ไปสักการะ พระนอน วัดขุนอินทประมูล
วัดม่วง

ตามข้อมูลนั้น เป็นพระนอนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือยาว 20 เมตร ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง
วัดม่วง

จุดน่าสนใจของวัดนี้ ก็คงมีเพียงแค่นี้ครับ ตอนนี้แดดร้อนมาก ผมต้องขอตัวไปพักสักหน่อย …
อ้ออย่าลืมซื้อปลาร้าสับมาฝากคนทางบ้านด้วยนะครับ รับประกันว่า…แซ่บอย่างแรง
วัดม่วง

จากนั้นก็ย้อนกลับเข้าตัวเมืองอีกครั้งเพื่อแวะไปสักการะ สมเด็จพระศรีเมืองทอง พระประธานปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย องค์มหึมา (ทำไมจังหวัดนี้มีพระใหญ่เยอะจัง อิอิ)
วัดม่วง

ที่ระฆังมีป้ายบอกว่า ตีดังสตางค์ใส่ตู้(บริจาค) เท่าที่ผมสังเกต ไม่ว่าใครก็ตีดังกันทุกคน อิอิ
วัดม่วง

สีภายในอุโบสถ กับสีทองขององค์สมเด็จพระศรีเมืองทอง สวยงามมาก ๆ ครับ
วัดม่วง

นี่ก็สี่โมงเย็นแล้วครับ ผมคงต้องขอตัวกลับ กทม ก่อนล่ะครับ เจ้าถิ่นแถวนั้นเค้าก็มีน้ำใจ ตามมาจากข้างในมาส่งถึงหัวบันได้ข้างนอกกันเลยทีเดียว อิอิ
วัดม่วง

ขอบคุณที่ติดตามกันเช่นเคยนะครับ …นายหัว

อุปกรณ์:
กล้องดิจิตอล : Olympus E3
เลนส์ : Zuiko 11-22 f/2.8-3.5