งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 38 3-6 มีนาคม 59 ศูนย์สิริกิติ์

งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 38

ไทยเที่ยวไทย
ไทยเที่ยวไทย

งานไทยเที่ยวไทย 2559

ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 38 จัดโดย บริษัท พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ระหว่าง 3-6 มีนาคม 59 เวลา 10.00-21.00 น. ณ ศูนย์สิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “เที่ยวนี้รีวิวไม่ต้อง
ภายในงาน พบกับบูธผู้ประกอบการท่องเที่ยวกว่า 700 ราย มานำเสนอแพ็คเกจที่พักที่เที่ยวทุกประเภท ลดราคาทั่วไทยทั่วโลก พร้อมโปรโมชั่นจากบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ และบัตรเครดิตในเครือธนาคารกรุงศรี ลดออนท้อปสูงสุดถึง 30% สุดคุ้มกับของรางวัลแจกฟรี โปรโมชั่นอีกมากมาย พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมการแสดงบนเวทีให้ชมตลอด 4 วันงาน สอบถามเพิ่มเติม Call 02-307-8555 หรือ www.pkexhibition.com

รีวิวไหว้พระ วัดราชโอรสารามราชวิหาร กรุงเทพฯ

เที่ยว 1 วัน ไหว้พระ ทำบุญ วัดราชโอรสารามราชวิหาร

วัดจอมทอง กรุงเทพฯ

22-07-55 ตื่นแต่เช้าเพื่อไปไหว้พระที่วัดจอมทอง วัดนี้เคยไปงานบวชน้องที่รู้จักมา เลยกะเอาไว้ว่าจะต้องถือโอกาสมาไหว้พระอีกสักครั้งการเดินทาง ผมใช้ถนนสุขสวัสดิ์ เลี้ยวเข้าถนนจอมทอง > ถนนเอกชัย เจอถนนพาดรถไฟให้เลี้ยวขวาทันที มีป้ายบอกตรงทางเข้าพอดีครับ วัดนี้อยู่ในโปรแกรมไหว้พระ 9 วัด ที่เค้ากำลังนิยมกันด้วยนะครับ (ถ้าจำไม่ผิด)

วัดจอมทอง
คลิกดู แผนที่วัดจอมทองขนาดใหญ่ จาก Google

ผมถึงที่วัดจอมทองประมาณ 8 โมงเช้า วัดเงียบมาก อากาศบริเวณคลองที่ติดกับวัดร่มรื่น และสดชื่นดีเลยล่ะ
วัดจอมทอง
.

บริเวณนี้เป็นเขตอภัยทาน น้ำสะอาด และแน่นอนครับ เป็นที่ให้อาหารปลาด้วยครับ ผมชอบตรงที่ไม่มีพ่อค้าแม่ค้ามาขายอาหารปลา หรือขายสัตว์น้ำเพื่อใช้ในการปล่อยเพื่อทำบุญ จึงทำให้ที่นี่เงียบสงบไม่วุ่นวาย ส่วนอาหารปลาเราสามารถซื้อได้จากทางวัดเลยครับ
วัดจอมทอง

วัดราชโอรสารามราชวิหาร หรือ วัดจอมทอง ศิลปะไทยผสมจีน ตามข้อมูลเป็นวัดที่มีมาก่อนก่อตั้ง กรุงเทพมหานคร อีกนะครับ ถือว่าเก่าแก่ทีเดียว
วัดจอมทอง

พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (ต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงสถาปนาวัดจอมทองขึ้นใหม่ทั้งพระอาราม
วัดจอมทอง

พระราชทานนามใหม่ว่าวัดราชโอรส ซึ่งหมายถึง พระราชโอรส และเป็นพระอารามหลวงชั้นเอง
วัดจอมทอง

สถาปัตยกรรมหลักๆ นั้นเป็นไปตามศิลปะของจีน แต่มีแต่งแต้ม ความเป็นไทยไว้ภายใน
วัดจอมทอง

จะเห็นได้ว่าจั่วของโบสถ์นั้น จะไม่มีช่อฟ้า ตามศิลปะการสร้างวัดของไทย
วัดจอมทอง

ลายสลักแบบศิลปะจีนบนประตูหรือหน้าต่าง จะมีให้เห็นอยู่ตลอดทั่วโบสถ์และวัด
วัดจอมทอง

มาไหว้พระตอนเช้าๆ แล้วเจอบรรยากาศสงบแบบนี้ รู้สึกดีจริงๆครับ ตอนนี้ถ้านับนักท่องเที่ยว คงมีแค่ผมคนเดียวทั้งวัด
วัดจอมทอง

ประตูบานนี้เรียกว่าเป็นศิลปะแบบจีนล้วนๆ สีสันของวัดจีนมันช่างสดซะจริงๆ ชวนให้นึกถึงวัดเล่งเน่ยยี่2
วัดจอมทอง

จากการสอบถามหลวงพี่รูปหนึ่ง ท่านบอกว่านักท่องเที่ยววัดนี้ไม่เยอะมาก จะมีกรุ๊ปทัวร์มาลงอยู่บ้างประปราย
วัดจอมทอง

บานหน้าต่างโบสถ์สีทองแบบไทยๆ ที่เราคุ้นตากันดี
วัดจอมทอง

หากมาไหว้พระวัดนี้ ท่านจะไม่เจอบรรยากาศและเสียงดัง แบบวัดโพธิ์ หรือวัดพระแก้วนะครับ กรุ๊ปทัวร์มาแป๊บๆ ก็ไป และไม่ได้มีตลอดวัน
วัดจอมทอง

ประตูทางเข้าโบถส์นั้นจะมียักษ์จีน 3ตน ยืนเฝ้าทุกประตู เรียกได้ว่างานนี้พี่ยักษ์ไทยเรา ตกงานไปเลย
วัดจอมทอง

ประตูหลังโบสถ์ก็มีนะ มี 2 ตน
วัดจอมทอง

แต่ละตนนั้น หน้าตาดุดันเอาการเลยแฮะ
วัดจอมทอง

เรามาดูโฉมหน้าชัดๆ ของยักษ์กันดีว่า
วัดจอมทอง

ผมชอบสีสันบนหน้าดี เลยถ่ายเฉพาะภาพยักษ์มาพอสมควร
วัดจอมทอง

วัดจอมทอง

วัดจอมทอง

หลังโบสถ์มีลมพัดเย็นๆ แถมมีเสียงกระดิ่งใสๆแว่วมากับเสียงลม ชวนให้ผมนั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนี้พักนึง
วัดจอมทอง

หลังจากนั้นก็เข้าไปไหว้พระพุทธอนันตคุณอดุลญาณบพิตร ภายในโบสถ์
วัดจอมทอง

จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์เป็นอีกหนี่งแรงจูงใจที่ทำให้ผู้เข้ามานั้น ต้องใช้เวลาอยู่ในโบสถ์สักพัก
วัดจอมทอง

เอาล่ะเราไปไหว้พระนอน ในวิหารพระพุทธไสยาสน์ด้านหลังกันต่อเลยครับ
วัดจอมทอง

วิหารพระพุทธไสยาสน์ จะเน้นโทนสีขาวเหมือนกัน แต่จะโล่งๆ และมีความเป็นไทยให้เห็นมากขึ้น
วัดจอมทอง

รอบๆ จะมีบัวที่เก็บกระดูก แต่ไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่ากลัวเลยแม้แต่นิดเดียวครับ
วัดจอมทอง

ด้วยโทนที่เป็นสีขาว บวกกับตั้งอยู่กลางแจ้ง มันชวนให้ดูสบายตามากๆ
วัดจอมทอง

ถ้าไปตอนเช้า เราสามารถเดินชมรอบๆ ได้สบาย เพราะแดดไม่ร้อนมาก แต่ถ้ากลางวันก็ไม่แน่นะครับ
วัดจอมทอง

รอบๆ นั้นสะอาดสะอ้าน ไม่มีขยะ หรือสิ่งของวางระเกะระกะให้รำคาญลูกกะตา
วัดจอมทอง

โครงสร้างแบบจีน กับลวดลายแบบไทยๆ ที่หน้าต่างมันผสมผสานกันได้อย่างลงตัว
วัดจอมทอง

เอาล่ะสำรวจรอบวิหารกันแล้ว เราไปดูข้างในกันดีกว่าครับ
วัดจอมทอง

พระนอนที่นี่มีชื่อว่า “พระพุทธไสยาสน์ นารถชนินทร์ ชินสากยบรมสมเด็จ สรรเพชญพุทธบพิตร
วัดจอมทอง

เป็นพระนอนในร่มที่มีขนาดใหญ่ และมีความงดงาม แปลกตากว่าที่อื่น
วัดจอมทอง

ตรงที่มีหมอนรองเศียรถึง 6 ใบ
วัดจอมทอง

และใต้รักแร้มีลายรดน้ำเป็นรูปมงคล ๑๐๘ เป็นพระพุทธรูปปางที่สื่อถึงความร่มเย็นเป็นสุข
วัดจอมทอง

ศิลปะส่วนใหญ่ภายในวิหารนี้เป็นแบบไทยทั้งหมด
วัดจอมทอง

มีเพียงภาพวาดที่ประตูบางบานที่เป็นศิลปะแบบจีน
วัดจอมทอง

ใช้เวลาอยู่สักพักก็กราบลาพระนอน ไปกราบพระยืนกันต่อเลย
วัดจอมทอง

“พระยืน” หรือ “พระประทับยืน” เป็นปางที่สื่อถึงการให้อภัย การไม่ถือโทษประกอบด้วยเมตตา
วัดจอมทอง

กำแพงรอบๆ วิหารนี้ยังใช้กำแพงดั้งเดิม ยังไม่มีการบูรณะ ดูขลังดีครับ
วัดจอมทอง

เดินย้อนกลับมาที่ท่าน้ำ โซ้ยไอติมสักถ้วยแก้กระหาย
วัดจอมทอง

ปลาเยอะมากครับ เพราะเป็นเขตอภัยทาน
วัดจอมทอง

คลองไม่กว้างมาก เรียกได้ว่ายืนคุยกับฝั่งตรงข้ามได้เลย (ไม่ต้องตะโกน)
วัดจอมทอง

นอกจากให้อาหารปลาแล้ว ยังให้อาหารนกได้อีกด้วย เจ้าตัวนี้มันคุ้นมากๆ
วัดจอมทอง

ผมเดินข้ามสะพานรถไฟไปเดินดูชมชนรอบๆ ที่อยู่กันอย่างสงบ
วัดจอมทอง

มุมจากบนสะพานรถไฟ ไปยังวัด
วัดจอมทอง

นี่ก็เป็นปัจจัยนึงที่ทำให้คลองแห่งนี้สะอาด นอกเหนือจากความรับผิดชอบของชุมชน
วัดจอมทอง

จะ 11 โมงแล้ว ผมคงต้องขอตัวกลับแล้วล่ะครับ
วัดจอมทอง

จบแล้วครับ สำหรับทริปไหว้พระครึ่งวันของผม หวังว่าคงจะมีประโยชน์สำหรับหลายๆ ท่านที่ต้องการ ไปไหว้พระ หรือไปเที่ยว 1 วัน ในกรุงเทพบ้างนะครับ

ขอบคุณที่ติดตาม ขอบคุณมากมาย ขอบคุณอย่างแรง
..นายหัว.

อุปกรณ์:
กล้องดิจิตอล mirrorless : Olympus Omd Em5
เลนส์ : M.Zuiko 12-50 f/3.5-6.3 ,Panasonic Leica DG Summilux 25/1.4

ตามรอยตลาดสดสนามเป้า ร้านกุ๊กชม ท่าน้ำเทเวศร์

กุ๊กชม เทเวศร์ ร้านอาหารอร่อยที่ต้องแนะนำ

ตามรอยตลาดสดสนามเป้า ร้านกุ๊กชม ท่าน้ำเทเวศร์


กุ๊กชม

สำหรับร้านที่จะมารีวิววันนี้คือร้านกุ๊กชมค่ะ อยู่ที่ท่าน้ำเทเวศน์ โดยอาศัยหนังสือตลาดสดสนามเป้าอีกเช่นเคยในการเดินทางไป(แต่วนอยู่หลายรอบเหมือนกัน กว่าจะไปในถนนที่เลี้ยวซ้ายไปท่าน้ำได้ ฮา) สำหรับการไปรอบนี้ก็เป็นการพาน้องไปเลี้ยงขอบคุณที่สอนขับรถอะค่ะ อิอิ แผนที่คร่าวๆ จากหนังสือเลยนะคะ ก็คือต้องไปท่าน้ำเทเวศร์ให้ถูกนั่นเอง แหะๆ จนเกือบสุดท่าน้ำเทเวศร์ หาที่จอดรถแถวๆ นี้ค่ะ
(แต่ถ้าเต็ม เค้าให้จอดอีกที่หนึ่ง แต่จำไม่ได้แล้วค่ะว่าตรงไหน แหะๆ) อ่านรีวิวทั้งหมด คลิก

บ้านศิลปิน เยือนถิ่นหุ่นละครเล็ก ณ คลองบางหลวง

บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

เช้านี้วันหยุด ฝนก็ตก แต่ผมดันตื่นเช้า นอนต่อก็ไม่หลับ กระส่ายกระสับไม่หลับสักที
ไม่รู้จะไปไหนดี นึกขึ้นได้มีที่นึงอยู่ใกล้ที่พัก ไม่รอช้าครับ ไปกันเลยดีกว่า

ผมใช้เวลา 10 นาที จากซอยจรัญสนิทวงศ์45 มายัง จรัญสนิทวงศ์ซอย3 ด้วยรถเมล์สาย 68
ถึงแล้วครับ สถานที่ที่ผมจะไปคือ “บ้านศิลปิน คลองบางหลวง” อยู่สุดซอย จรัญสนิทวงศ์3 นี่เอง
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

นั่งวินมอไซค์เข้าไปสุดซอยครับ ราคา 7 บาท ถ้ารถสองแถวราคา 5 บาท
สุดซอยมี 7-11 ถ้าถึงจุดนี้แล้วรับรองไม่หลงแล้วครับ เดินตามป้ายวัดคูหาสวรรค์ไปเลยครับ
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

เจอสะพาน แล้วมองไปทางซ้ายมือ ก็เจอ “บ้านศิลปิน” แล้วล่ะครับ
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ลงสะพานแล้วเลี้ยวซ้าย เลาะคลอง ตรงดิ่งไปเลย
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ตลอดทางจะมีบ้านและร้านค้า.. อ้อ จะแวะให้อาหารปลาก่อนก็ได้นะครับ
แถวนี้เป็นเขตอภ้ยทาน ปลาชุมเลยล่ะ
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ผมมาแต่เช้า รู้สึกจะเป็นแขกคนที่สอง ของบ้านศิลปิน ดีครับ คนไม่เยอะ เงียบสงบมาก
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ที่นี่บ่ายโมงเค้าจะมีแสดงหุ่นละครเล็ก แต่วันนี้ผมกินแห้วเป็นอาหารเช้าครับ
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

เพราะวันนี้ หุ่นละครเล็ก คลองบางหลวง เค้ายกคณะไปแสดงกันที่เมืองทอง..งั้นชมเวทีเปล่าๆ
ไปก่อนล่ะกัน อิอิ (ไม่ใช่ หุ่นละครเล็กโจหลุยส์ นะครับ เป็นหุ่นละครเล็ก คณะคำนาย)
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

แต่ก็ยังมีหุ่นละครให้ดูให้ชมอยู่นะครับ ยังไงก็ไม่เสียเที่ยวอยู่แล้ว
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ที่นั่งชมหุ่นละครเล็ก ที่นี่สะอาดมากครับ ทุกอย่างเป็นไม้ แต่ดูแลรักษาได้เป็นอย่างดี
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ตอนเช้าที่ คลองบางหลวงอากาศดีมากมาย เงียบ และเรือก็ยังวิ่งน้อย นั่งซดกาแฟริมคลองตอนนี้
แจ่มเลยล่ะ
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

มุมนี้เป็นมุม ที่บอกถึงที่มา กิจกรรมต่างๆ ของหุ่นละครเล็ก คลองบางหลวง คณะคำนาย
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ผมชอบชิ้นนี้เป็นพิเศษ มันตีเป็นความหมายได้หลายแบบนะผมว่า (มองแบบศิลปิน แหะๆ )
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ถ้าพูดถึงความกว้าง บ้านศิลปินไม่กว้างเท่าไหร่ครับ แต่มีอะไรให้เดินชมกันเพลินเลยล่ะ
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

มุมนี้เป็นมุม Postcard หลายใบดูแล้วให้ความรู้สึกอาร์ตแบบเรียบง่ายดี
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

มุมนี้สวยดีครับ อาจจะดูเหมือนรกๆ แต่รกแบบอาร์ตๆ (ทำไมห้องผมมันไม่รกแบบอาร์ตๆ มั่ง)
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ตอนนี้เค้ากำลังทำความสะอาดพื้นอยู่ งั้นเราขึ้นไปดูชั้นบนกันก่อนดีกว่า
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ชั้นบน เป็นห้องแสดงภาพถ่าย และภาพวาด เป็นห้องโล่ง ๆ มีสามห้อง มีลมพัดเย็นๆ
เข้ามาทางหน้าต่าง เช้าๆ แบบนี้รู้สึกสดชื่นกันเลยทีเดียว
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

พื้นห้องสะอาด ผมแอบลงไปนอนชมภาพด้วยแหละ….จุ๊ ๆ อย่าบอกใครนะ
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ก็ภาพที่เค้าโชว์มันอยู่ต่ำถึงพื้นเลยอ่ะ ก้มแล้วดูไม่สะดวก เลยนอนมันซะเลยนิ
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ไม่นอนชมภาพอย่างเดียว นี่..นอนถ่ายภาพซะด้วยเลย ไหนๆ ก็นอนแล้ว
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

มีหลายคนบอกว่า ทริปผมมีถ่ายภาพน้องหมาทุกทริป ทริปนี้ผมคิดว่าจะไม่ได้ถ่ายเสียแล้ว อ่ะ..จัดให้มี
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ห้องกลาง แสดงภาพถ่าย ผมดูแล้วน่าจะถ่ายบริเวณใกล้ๆ แถวนี้ ภาพมีมุมมองง่ายๆ
แต่สื่อความหมายได้ดีเลยล่ะ
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ส่วยอีกฝั่งเป็นภาพวาด สวยไม่สวยต้องไปดูเองครับ เอาเป็นว่าผมนอนชมกันเพลินเลยล่ะ
(ยัง…ยังไม่ลุกอีก)
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ด้านหน้าติดกับคลองบางหลวงส่วนด้านหลังติดกับเจดีย์ ผมชอบนะ มันโล่ง
โปร่งจนไม่มีความรู้สึกร้อนเลย
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ต่อไปห้องสุดท้ายครับ ซึ่งห้องนี้มีบันได ลงไปก็เจอร้านกาแฟชั้นล่างของบ้านศิลปินพอดีครับ
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ผมหลบอยู่ห้องนี้นานพอสมควร เพราะระเบียงสามารถมองเห็นเรือที่วิ่งได้ชัด ถือว่าวิวดีเลยล่ะ
แถมมีกลิ่นกาแฟจากข้างล่างโชยขึ้นมา ให้ดมฟรีไม่เสียตังค์ (คิดได้ไงเนี่ย)
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

มื้อเช้าก็ยังไม่ได้กิน งั้นลงไปหาอะไรจิบรองท้องก่อนดีกว่า
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ผมไม่กินกาแฟ (แต่ดันชอบดมกลิ่น) สั่งอะไรดี …งั้น ชิมชาล่ะกันครับ มีชากลิ่นแตงโมซะด้วย
ชาเค้าหอมอร่อยครับ ผมกินเพียวๆ รสชาตินุ่มดี ..เติมน้ำตาลหน่อย ก็ยิ่งอร่อยครับ
..20 บาทเท่านั้น
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

จิบชา ริมน้ำ บรรยากาศดีมากครับ ชวนพี่ท่านนี้คุยด้วย ดันเมินใส่ผมซะงั้น เอาสิคนเรา เฮ้ออออ
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

เหลือบมองไปพี่อีกคน ก็นั่งคุยกับนกซะงั้น ไม่คุยด้วยก็ได้ ..จิบชาดีกว่า
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

อ้อ ใครไปเยี่ยมที่นี่ก็อย่าลืมกราบไหว้เจดีย์ที่อยู่กลางบ้านศิลปินด้วยนะครับ เพื่อเป็นศิริมงคลกับตัวเอง
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ฝนมาอีกแล้วครับท่าน วันนี้เลยทำให้สีสันของวันหยุดดูหงอยๆ ไปเลย
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ผมเดินย้อนกลับมา ลุงเค้าเปิดประตูพอดี…ริมคลองแกลลอรี่
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ลุงเค้าน่ารักดี พูดจากวน ๆ(กับคนแถวนั้น) แต่กับนักท่องเที่ยวพูดจาดีมาก คอยแนะนำตลอด
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ผมล่ะแอบขำ ใครเดินผ่านลุงจะบอกให้แวะเข้าไปถ่ายภาพ
มีน้องผู้หญิงสองคนเดินมา ยกมือไหว้ลุง

ลุง “หวัดดีๆ เข้าไปถ่ายภาพได้นะ”
น้องผู้หญิงก็ยืนงงๆ …
ลุง ” อ้าว นี่มันหลานกูนี่หว่าาาา”
สรุปก็คือหลานมาหาที่บ้าน ไม่ใช่นักท่องเที่ยว…
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

พอเข้าไปถึงกับร้องไอยะ..ภาพพาโนรามากรุงเทพสมัย รัชกาลที่ 4
ในภาพเป็นรูปของวัดโพธิ์เก่ามากๆ ตอนนั้นบริเวณสนามหลวงยังเป็นป่าอยู่เลย
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ภาพเป็นผ้าใบครับ เลยอยู่ได้นาน ภาพนี้เป็นภาพวัดอรุณฯ ..ได้เห็นเป็นบุญตาจริงๆ
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ยังมีอีกหลายภาพ ที่เป็นภาพเก่าหายาก
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ลุงเล่าให้ฟังว่าเค้ามาขอซื้อหลายคน แต่ลุงเค้าไม่ขาย
เพราะขายไปก็หาไม่ได้อีกแล้ว
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ภาพที่เห็นทั้งหมดเป็นฝีมือของท่านนี้ครับ เรียกได้ว่าเป็น ปรมาจารย์ ได้เลยทีเดียว
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

เอาล่ะครับ ฝนหยุดแล้ว ก่อนกลับ อย่าลืมแวะทานก๋วยจั๊บบริเวณทางขึ้นสะพานเสียล่ะ
ของดี อร่อยๆ แบบนี้เดี๋ยวจะหาว่าไม่บอก…
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

พิเศษชามละ 35 นะครับ อิ่มแน่นอน..ผมรับประกัน
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

บ้านศิลปิน คลองบางหลวง” ท่านใดว่างและหาที่เที่ยวกรุงเทพ ที่ใกล้ๆ สะดวก
ก็ลองไปเที่ยวดูครับ จรัญสนิทวงศ์ ซอย3 หลังวัดคูหาสวรรค์นี่เอง
หวังว่าคงเป็นทางเลือกให้ใครหลายๆ ท่านนะครับ
บ้านศิลปิน คลองบางหลวง

ผมกลับถึงที่พักประมาณเกือบเที่ยง เป็นทริปครึ่งวันที่แหล่มเลยทีเดียว จ่ายไปทั้งหมด 85 บาท

ทริปนี้ เป็นทริปคิดได้เที่ยวเลย อาจจะไม่ค่อยมีสาระเช่นเคย ก็ต้องขออภัย

ขอบคุณที่ติดตามกันเหมือนเคย

ขอบคุณมากมาย ขอบคุณอย่างแรง..

นายหัว

เที่ยวสีลม ชมพิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพฯ

เที่ยว 1 วัน พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

วันนี้ ตื่นแต่เช้าเหมือนเคย จะไปช่วยพี่เค้าย้ายบ้าน แต่เค้าดันโทรมาบอกยกเลิก
ก่อนปีใหม่และหลังปีใหม่เที่ยว ตจว มาเยอะแล้ว เลยหาที่ไปใน กทม ดีกว่า
สรุปเป็น พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ (Bangkok Seashell Museum) บางท่านเรียก
พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยกรุงเทพ
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

แต่ผมได้เข้าไปที่เวป http://www.bkkseashellmuseum.com เค้าเขียนไว้ที่ไตเติ้ลเวปว่า
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ เลยเรียกตามนั้น
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

การเดินทาง ผมไปโดย BTS ไปลงที่สถานีสุรศักดิ์ แล้วเดินย้อนกลับมาหาสี่แยกสาธรสุรศักดิ์
แล้วก็เลี้ยวขวา พอเจอถนนสีลมก็เลี้ยวซ้าย พอเจอซอย สีลม 23 นั่นแหละครับ ถึงแล้ว
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ เป็น พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพ ที่เดินทางง่ายมากๆ ว่าไหมครับ
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพแผนที่ พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

เข้าไปปุ๊บท่านจะเจอกับพนักงาน ต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่เป็นกันเอง ที่เคาท์เตอร์
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

ทักทาย และแนะนำเสร็จ ก็จ่ายค่าเข้าชม 100 บาท
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ หน้าตาบัตร พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ จะเป็นแบบนี้

เมื่อได้ตั๋ว แล้ว ถ้าท่านเอี้ยวตัว 360 องศา ท่านจะได้เจอกับ เปลือหอยหายากเหล่านี้
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

หลังจากนั้นก็เริ่มเดินชมความสวยงาม ของเปลือกหอยบริเวณชั้น 1
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

ตรงชั้น 1 จะมีภาพและ ลายเซ็นของแฟนพันธุ์แท้ เปลือกหอยให้ชมด้วยครับ
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

แค่เห็นก็มึนเลยครับ เยอะมาก ๆ หอยหลากหลายสายพันธุ์ และก็มีเม่นทะเลวางโชว์อยู่ในตู้กลางชั้น 1
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

ต้องขออภัยที่จำไม่ได้แม้แต่ชื่อเดียว เพราะมันเยอะเหลือเกิน
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

อันนี้ไม่ใช่ลูกบาสนะครับ มันเป็นเม่นทะเลชนิดหนึ่ง ซึ่ง..ผมจำชื่อไม่ได้ อิอิ
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

อึ๊บ ๆ เม่นตัวนี้อยู่สูงจัง ถ่ายเกือบไม่ถึงแน่ะ (เอ๊ะ หรือว่าเราเตี้ย)
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

ต่อไปเดินขึ้นไป ชั้น 2 ครับ แสงสี รวมทั้งเปลือกหาย งดงามกันเลยทีเดียวเชียว
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

มีหมายเลข และคำบรรยาย อย่างละเอียดครับ ถือว่าเป็นสถานที่ ที่เพิ่มพูนองค์ความรู้ได้ดีกันเลยทีเดียว
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

วันนี้คนน้อย ผมนับได้ ห้าคน รวมทั้งผม หากคงเป็นเพราะวันนี้ฝนทำท่าจะตก ผู้คนเลยดูบางตา
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

มุมนี้เป็นหอยที่ใช้ในพิธีต่าง ๆ ครับ มีคำบรรยายพร้อมที่มาอย่างละเอียด
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย เป็นองค์ความรู้ที่เพรียบพร้อมจริงๆ
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

หอยชุดนี้คล้ายหอยแครง แต่มีสีสันงดงาม ชื่อหอยอะไรนั้น อย่าได้ถาม ….(ผมจำมะได้)
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

อีกชุดนึง สีขาวนวล สวยมาก ๆ ถูกจัดไว้ในตู้กระจกอย่างดี
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

ลักษณะคล้ายหอยเชลล์แต่ก็ไม่แน่ใจนะครับ เอ๊ะ หรือว่าจะเป็นหอยคาลเท็กซ์ (มั่วตลอด)
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

แต่สังเกตจากหมายเลยที่ระบุแล้ว น่าจะเป็นหอยกลุ่มเดียวกัน แต่คนละชนิด (เอ๊ะ ยังไง)
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

ว๊าววว อันนี้สีสันเข้าตาจริง ๆ
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

เจ้าตัวนี้สีสวย แถมมีการไล่เฉดสีเป็นแถวๆ
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

พระเอกของชั้น 2 “หอยหัวใจ” น่ารักมาก ๆ มีหลายหลายสีสัน หลายขนาด
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

นี่เป็น หอยสองใจ เอ๊ย หอยสองดวง เอ๊ยยย หอยหัวใจสองดวง อิอิ

พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

เมื่อเดินชมไปสักพัก จำชื่อได้มั่ง ไม่ได้มั่ง ก็ไปต่อชั้น 3 กัน
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

สถานที่นั้นถูกจัดไว้อย่างเป็นระบียบ สวยงาม สบายตามากมายเลยครับ
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

หอยต่อไปขอแนะนำ “หอยนมสาว” มีทั้งหอยนมสาวน้ำลึก หอยนมสาวปากร่อง
(เอ๊ะ ทำไมอันนี้ดันจำชื่อได้เนาะ)
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

หอยนมสาวถือว่าเป็นที่นิยมของนักสะสม เพราะอยู่ในน้ำลึก เลยหายากมาก (นั่นน ข้อมูลแน่นอีกต่างหาก)
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพหอยนมสาว ถูกจัดเก็บในตู้โชว์แยกไว้ต่างหาก

มีศิลปะจากเปลือกหอยไว้ให้ชมด้วยครับ สวยงามมากมาย
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

เสื้อตัวนี้ดูยิ่งใหญ่เสียจริง ๆ
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

เดินชมต่อครับ มองไปทางไหนก็เจอแต่หอยสวยๆ ทั้งนั้น
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

อันนี้สีนวลสวย มองไกล ๆ ผมว่าเหมือนหินเลยอ่ะ
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

อันนี้ลายกิ๊บเก๋ มองไปแล้วเหมือนงานประดิษฐ์เลยครับ ธรรมชาติช่างสร้างสรรค์เนาะ
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

ผมเห็นทีแรกคิดว่าหอยทาก(คิดไปได้)
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

อันนี้สีชมพูหวานแหวว ส่วนบริเวณทั้งเปลือกก็สีขาวนวล เสียดายจำชื่อไม่ได้ (สรุปแล้วคือจำไม่ได้ทั้งหมดนั่นแหละ แหะ ๆ)
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

ถ้าจำไม่ผิด นี่คือ “หอยลูกกวาดคิวบา” สีสัน สดใส เหมือนลูกกวาด น่ากินดีจัง
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

อันนี้ตัวใหญ่มาก มีหนามด้วย จำได้ว่าวางอยู่ใกล้ ๆ “หอยชักตีน
(หอยชักตีนเป็นหอยเดียวที่ผมเห็นแล้วรู้จัก เพราะชอบกิน อิอิ)
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

ตัวนี้สีสวย ปากกว้าง ตัวใหญ่อีกต่างหาก
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

เอาล่ะครับเดินจนทั่วแล้ว เที่ยงกว่า ๆ ก็ได้เวลากลับ อ้าวฝนตกซะนี่
พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ

ฝนตก ขากลับเลยต้องใช้บริการแท็กซี่ กลับมาถึงห้อง บ่ายโมงกว่า ๆ อืมมม ทริปครึ่งวัน ถือว่าใช้ได้ทีเดียว

ถึงแม้ทริปนี้จะไม่ค่อยมีสาระเท่าไหร่เนื่องจากผม จำชื่อหอยไม่ค่อยได้ ผิดพลาดยังไงต้องขออภัย มันเยอะจริงๆ ครับ จำไม่ไหว

หาที่เที่ยวในกรุงเทพฯ อยู่ล่ะก็ อย่าลืม พิพิธภัณฑ์หอยกรุงเทพ เขตสีลม นะครับ

ขอบคุณที่ติดตามชมกันเช่นเคย….นายหัว